อย. สั่งเพิกถอนทะเบียนตำรับยา Acetphenolisatin แล้ว

จาก คําสั่งกระทรวงสาธารณสุข ที่ ๑๘๐๗/๒๕๖๐ อย.ได้ออกคำสั่งเพิกถอนทะเบียนตำรับยาอะเซตฟีโนลิเซทิน Acetphenolisatin แล้ว

มาอัพเดทความคืบหน้าเรื่องทะเบียนตำรายากันบ้างนะคะ เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา อย. ได้ออกคำสั่งถอนทะเบียนตำรับยาอะเซตฟีโนลิเซทิน Acetphenolisatin หรืออีกชื่อนึงคือ ออกซีเฟนิเซติน (Oxyphenisatine) ในรูปแบบยาเดี่ยว ชนิดรับประทาน เนื่องจากมีโอกาสสูงที่จะทำให้เกิดตับอักเสบค่ะ ส่วนรายชื่อตำรับที่มีตัวยา Acetphenolisatin จนถึงวันที่ถอนทะเบียนนี้ มีตัวเดียวคือ ยาที่มีชื่อการค้าว่า Satin ทะเบียนตำรับยาเลขที่ 1A 347/31 ของบริษัท เอเชี่ยนยูเนี่ยนแล็บบอราตอรี่ จำกัด ค่ะ

ยา Acetphenolisatin คือยาอะไร

ยา Acetphenolisatin มีชื่อทางการค้าว่า Satin สมัยก่อน ใช้เป็นยาระบาย รักษาอาการท้องผูก มีชื่อเรียกอีกหลายชื่อ อาทิ เช่น Acelax, Acetalax, Acetophenolisatin, Bisatin, Brocatine, Bydolax, Cirotyl, Contax, Darmoletten, Diacetyldioxyphenylisatin, Diphesatin, Diphesatine, Eulaxin, Isacen, Isaphen, Isaphenin, Isatin, Oxyphenisatin, Lavema, Laxo-Isatin, Laxocol, Lenavac, Lisaga, Promassolax, Prulet, Prulet Liquitab, Puragaceen, Purgaceen, Purgophen, Sanapert, Tete-Lax เป็นต้น

โครงสร้างของ Acetphenolisatin
(Credit: www.trc-canada.com)

ยา Acetphenolisatin มีกลไกการออกฤทธิ์อย่างไร

ยา Acetphenolisatin เป็นยาในกลุ่ม stimulant laxative มีฤทธิ์ในการระบายโดยกระตุ้นให้ลำไส้เพิ่มสารคัดหลั่งและบีบตัวมากขึ้น ดังนั้นการใช้ยาในกลุ่มนี้ จึงอาจทำให้มีการปวดเกร็งช่องท้องได้ (cramping) ข้อดีของยาในกลุ่มนี้คือเห็นผลไว ใช้แล้วถ่ายภายใน 6 – 8 ชั่วโมง แต่ข้อเสียของยาในกลุ่มนี้คือ หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้เกิดอาการลำไส้ขี้เกียจ ทำให้ไม่สามารถถ่ายเองได้ ต้องใช้ยาในการช่วยถ่ายไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นยาในกลุ่มนี้เห็นผลไวก็จริง แต่ไม่แนะนำให้ใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานค่ะ ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ เช่น bisacodyl, มะขามแขก (senna), น้ำมันระหุ่ง (castor oil) เป็นต้น

ยา Acetphenolisatin ใช้อย่างไร

ยา Acetphenolisatin บนโลกนี้ มีใช้อยู่ 2 รูปแบบ คือ แบบรับประทาน กับแบบสวนทหาร สำหรับแบบรับประทานโดน อย. สั่งถอนทะเบียนไปแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ขอพูดถึง

สำหรับแบบสวนทวาร ให้ใช้ยา Acetphenolisatin 50 mg ในน้ำ 2 ลิตร มาสวนทวาร เพื่อทำความสะอาดลำไส้ใหญ่และเป็นกระบวนเสริมในการสวนแป้งแบเรียม (barium edema) ก่อนตรวจทางรังสีเพื่อหาความผิดปกติของลำไส้ใหญ่ อย่างไรก็ดี จากการสืบค้น พบว่าไม่มียา Acetphenolisatin ชนิดสวนทวารขึ้นทะเบียนในประเทศไทย (แสดงว่าไม่มีการขายหรือใช้ในประเทศไทยอยู่แล้ว)

ทำไม อย. ต้องแบน Acetphenolisatin

ยา Acetphenolisatin ถูกห้ามใช้ หรือมีข้อจำกัดการใช้ในหลายประเทศ โดยเฉพาะในรูปแบบรับประทาน เนื่องจากพบว่ามีความเป็นพิษต่อตับสูง มีรายงานจำนวนมากแสดงให้เห็นว่ายา Acetphenolisatin มีโอกาสสูงที่จะทำให้เกิดตับอักเสบ และดีซ่าน นอกจากนี้ยา Acetphenolisatin ยังสามารถผ่านตับได้หลายครั้งผ่านกระบวนการหมุนเวียนในลำไส้และตับ (Enterohepatic Circulation) ทำให้มีความเป็นพิษต่อตับสูง (คิดแบบง่ายๆคือ ถ้ามันผ่านตับได้ครั้งเดียว มันก็ทำลายตับได้ครั้งเดียว แต่นี่ผ่านได้หลายครั้ง ก็เลยกลายเป็นว่า กินครั้งเดียว วนมาทำลายตับได้หลายรอบ)

นอกจากนี้ ยังมียาในกลุ่มเดียวกันที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน ราคาไม่แพง แต่มีความปลอดภัยสูงกว่า เช่น bisacodyl, มะขามแขก (senna) อย.จึงเห็นว่าประเทศไทยไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยาตัวนี้อีกต่อไปค่ะ