Photos from สถาบันวัคซีนแห่งชาติ’s post

📍สถาบันวัคซีนแห่งชาติ เปิดเวทีการประชุม ASEAN Vaccine Network Consultation Meeting on Regional Vaccine Manufacturing Development ตั้งเป้าไทยและอาเซียนก้าวขึ้นสู่เวทีผู้ผลิตวัคซีนชั้นนำของโลก
.
สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานเลขาธิการอาเซียน จัดการประชุมเครือข่ายความร่วมมือเพื่อความมั่นคงและพึ่งพาตนเองด้านวัคซีนแห่งอาเซียน โดยมุ่งเน้นให้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและหุ้นส่วนพัฒนาที่สำคัญจากภายนอกอาเซียน รวมทั้งเป็นการเตรียมตัวรองรับภัยสุขภาพใหม่ในอนาคตผ่านการสร้างเครือข่ายวัคซีนที่เข้มแข็ง เกิดการสร้างความร่วมมือเพื่อการวิจัยพัฒนาและผลิตวัคซีนที่ดีมีคุณภาพ เพียงพอต่อความต้องการของอาเซียนทั้งในภาวะปกติและภาวะที่มีการระบาด ตามปฏิญญาผู้นำอาเซียน
.
สถาบันวัคซีนแห่งชาติ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานเลขาธิการอาเซียน ร่วมจัดการประชุม ASEAN Vaccine Network Consultation Meeting on Regional Vaccine Manufacturing Development ระหว่างวันที่ 14-15 กันยายน 2565 ณ โรงแรมเรเนซองส์ ราชประสงค์ กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากต่างประเทศให้ความสนใจจำนวนมาก อาทิ ประเทศสมาชิกอาเซียน เครือข่ายผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่จากกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา องค์การอนามัยโลก UNICEF CEPI สถาบันวัคซีนนานาชาติ (International Vaccine Institute) รวมถึงสถานเอกอัคราชทูตจีนประจำประเทศไทย ในฐานะผู้แทน ASEAN Plus China Framework
ซึ่งให้การสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ภายใต้กรอบอาเซียน-จีน ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมการประชุมมีทั้งแบบ Onsite และ Online กว่า 70 คน การประชุมฯได้รับเกียรติจาก ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข, ฯพณฯ เอกภาพ พันธวงศ์ รองเลขาธิการอาเซียน, ฯพณฯ หาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็ม
แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย, นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์,นพ.นพ.มานิต ธีระตันติกานนท์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันวัคซีนแห่งชาติ และนายแพทย์นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติร่วมเปิดงาน โดยในวันแรกของการประชุมฯ เวลา 09.35 น. มีการแถลงข่าวแก่สื่อมวลชน พร้อมทั้งถ่ายทอดสดผ่าน Facebook สถาบันวัคซีนแห่งชาติ
.
ดร.สาธิต กล่าวว่า ประเทศไทยโดยสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ได้ผลักดันแนวคิดการสร้างความมั่นคง
ด้านวัคซีนให้เข้าสู่เวทีสากลมาตั้งแต่ปี 2557 ด้วยสถาบันฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญและประสิทธิภาพของวัคซีนต่อชีวิตของประชาชนชาวไทยและอาเซียน จึงได้ระดมเครือข่ายด้านวัคซีน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ต่อมา เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 แนวคิดนี้ถูกยกระดับเป็นนโยบายระดับภูมิภาคเพื่อความมั่นคงทางวัคซีนขึ้นเป็นครั้งแรก ในคราวที่ ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน
ครั้งที่ 35 ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งนับเป็นก้าวแรกแห่งความสำเร็จของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขไทย
ที่สามารถผลักดันนโยบายวัคซีนของไทยเข้าสู่อาเซียนได้สำเร็จ
.
สำหรับการประชุมในครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่มีการรวมตัวกันของผู้กำหนดนโยบายด้านวัคซีนจากประเทศสมาชิกอาเซียน และเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและวัคซีนจากองค์กรระหว่างประเทศ ประกอบด้วย องค์การอนามัยโลก กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) สถาบันวัคซีนนานาชาติ (IVI) เครือข่ายผู้ผลิตวัคซีนในประเทศกำลังพัฒนา ผู้แทนรัฐบาลจากกลุ่มอาเซียนบวกสาม อย่างจีน เกาหลี และญี่ปุ่น วัตถุประสงค์หลักของการจัดประชุมเพื่อให้อาเซียนได้ขยายเครือข่ายงานด้านวัคซีน สร้างและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียน-จีน รวมถึงสร้างโอกาสให้กับผู้ผลิตวัคซีนทั้งในและอาเซียนให้เล็งเห็นถึงช่องทางในการก้าวขึ้นสู่เวทีผู้ผลิตชั้นนำของโลก โดยอาศัยความร่วมมือ จากเครือข่ายวัคซีนข้างต้นในการเข้าถึงเทคโนโลยีและตลาดวัคซีนที่มีความมั่นคง
และยั่งยืนมากขึ้น
.
ด้านนพ.มานิต กล่าวว่า การประชุมเครือข่ายความร่วมมือเพื่อความมั่นคงและพึ่งพาตนเองด้านวัคซีนแห่งอาเซียน จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 แล้ว วัตถุประสงค์ของการจัดการประชุมนั้น เนื่องจากเราได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของความมั่นคงด้านวัคซีน หากเราผลิตได้เอง มีการสำรองวัคซีนไว้ก็จะสามารถใช้ในภาวะฉุกเฉินได้ การผลิตได้ในอาเซียน ก็ช่วยกันซื้อ ช่วยกันขาย การผลิตก็สามารถเดินหน้าไปได้ ประเด็นเหล่านี้ก็ถือว่าประเทศไทยประสบความสำเร็จในฐานะผู้นำด้านวัคซีนของอาเซียน
.
ขณะที่นพ.นคร ได้กล่าวถึงประเด็นความมั่นคงด้านวัคซีนว่า การที่จะมีวัคซีนใช้อย่างเพียงพอทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน เราได้มีร่างการทำงานร่วมกันในกลุ่มประเทศอาเซียน หรือที่เรียกว่า ร่างแผนปฏิบัติการณ์ในระยะ 5 ปี โดยมีเป้าหมายหลักคือ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรร่วมกันทั้งในระดับอาเซียน และระดับโลก ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการพึ่งพาตนเองด้านวัคซีนได้ ดังนั้นจึงต้องเร่งเสริมสร้างศักยภาพของอาเซียน เช่น เรื่องของการอัปเดตข้อมูลไวรัสระดับโลกที่ต้องมีการแลกเปลี่ยนข่าวสาร เรื่องการหากลไกการสร้างความร่วมมือในการวิจัย พัฒนาวัคซีนร่วมกัน การเตรียมความพร้อมทั้งในประเทศ และระดับภูมิภาค ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสูงสุดในการสร้างความมั่นคงด้านวัคซีนระยะยาวต่อไป

ที่มา: สถาบันวัคซีนแห่งชาติ
วันที่ 14/09/65

ดูโพสต์ต้นฉบับ