โรคติดเชื้อฮิบคืออะไร มาทำความรู้จักโรคฮิบ หลังรัฐบาลอนุมัติวัคซีนฮิบ เป็นวัคซีนพื้นฐานแล้ว

จากข่าว คกก.วัคซีนแห่งชาติ บรรจุวัคซีนป้องกันโรคฮิบ ในวัคซีนพื้นฐาน เข็มเดียวป้องกันได้ 5 โรค คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ตับอักเสบบี และเยื่อหุ้มสมองอักเสบให้เด็กไทยปีละ 7แสน

สรุปก็คือ ต่อไปนี้ เด็กไทยจะมีวัคซีนพื้นฐาน(ฟรี)เพิ่มอีก 1 ตัว คือ วัคซีนฮิบ หรือชื่อเต็มๆคือ วัคซีนป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย “ฮีโมฟีลุส อินฟลูเอนเซ ชนิดบี (“Haemophilus influenzae type b Vaccine”) โดยจะฉีดในรูปวัคซีนรวม 1 เข็มป้องกันได้ 5 โรค ได้แก่ คอตีบ- บาดทะยัก-ไอกรน-ตับอักเสบบี-เยื่อหุ้มสมองอักเสบฮิบ (DTwP-HB-Hib) โดย ฉีด 3 ครั้ง ในเด็กอายุ 2, 4 และ 6 เดือน

สำหรับวัคซีนชนิดนี้ จะเริ่มฉีดงบประมาณปี 2562 และคาดว่าจะมีเด็กไทยได้รับวัคซีนปีละประมาณ 700,000 ราย

แม้ว่าจะได้มาเป็นวัคซีนพื้นฐานแล้ว แต่ก็ถือว่าค่อนข้างช้าค่ะ เพราะในประเทศระดับเดียวกับไทย วัคซีนตัวนี้ ถือว่าเป็นวัคซีนฟรีมานานแล้ว ไทยถือว่าเป็นประเทศท้ายๆในโลก ที่บรรจุวัคซีนตัวนี้เป็นวัคซีนพื้นฐานค่ะ

แต่ !!! มาช้า ยังไงก็ยังดีกว่าไม่มานะคะ

เชื้อ ฮิบ คืออะไร

เชื้อฮิป เป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง มีชื่อเต็มๆว่า ฮีโมฟีลุส อินฟลูเอนเซ ชนิดบี (Haemophilus influenzae type b) ก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ประเทศไทยมีเด็กป่วยจากโรคนี้ประมาณปีละ 200 ราย และมีอัตราการตายอยู่ที่ร้อยละ 10

เชื้อ ฮิบ สามารถติดต่อได้อย่างไร

เชื้อ ฮิบ มักพบบริเวณจมูก รูจมูก โพรงหลังจมูก จึงสามารถติดต่อได้ผ่านการหายใจเอาเชื้อเข้าไปผ่านการไอ หรือจาม โดยมากหากเชื้ออยู่ในบริเวณดังกล่าว มักไม่ก่อให้เกิดโรคอะไร แต่ถ้าหลุดเข้าไปในปอด จะทำให้เกิดอาการปอดบวม ในรายที่เป็นรุนแรงอาจเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดและเยื่อหุ้มสมอง ทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองและไขสันหลังอักเสบในเด็ก โรคฮิบมักพบในเด็กแรกเกิดจนถึง 5 ขวบ

โรค ฮิบ มีอาการอย่างไร

ในช่วง 1-2 วันแรก จะมีอาการไข้ ไอ ปวดศรีษะ หนาวสั่น หายใจไม่สะดวก เหงื่อออกมาก อ่อนเพลีย เจ็บตามช่องอกขณะหายใจ ซึ่งเป็นอาการแสดงของการติดเชื้อในปอด เด็กมักมีอาการงอแง หงุดหงิด ในบางรายอาจมีอาการกล่องเสียงอักเสบ (Epiglottis) ซึ่งจะมีอาการเจ็บคอ กลืนลำบากร่วมด้วย ต่อมาหากการติดเชื้อมีอาการรุนแรง จะมีอาการปวดศรีษะรุนแรง ไข้สูง คลื่นไว้ อาเจียน กล้ามเนื้อเกร็งกระตุก ชัก คอแข็ง ซึม ซึ่งภาวะนี้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ในบางรายแม้รอดชีวิต ก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ ภาวะแทรกซ้อนของโรคนี้ได้แก่ ข้ออักเสบ, เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ หากมีการติดเชื้อเยื่อหุ้มสมองอักเสบ มีโอกาสเกิดภาวะหูตึง ชัก พัฒนาการช้า และปัญญาอ่อน

หากพิจารณาอย่างละเอียด เชื้อฮิป สามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อได้หลายระบบ ดังนั้นอาการแสดงจึงขึ้นกับบริเวณที่เชื้อก่อโรคด้วย

  • หากมีการติดเชื้อในกระแสเลือด เด็กจะมีไข้สูง งอแง อาเจียน อ่อนเพลีย ดูดนมน้อยลง ในรายที่มีอาการรุนแรง เด็กจะมีอาการซึม หมดสติ และเสียชีวิตได้
  • หากมีอาการปอดบวม หรือปอดอักเสบ จะมีอาการ ไอ ไข้สูง หายใจเร็ว หากมีอาการรุนแรง จะมีอาการตัวเขียวเนื่องจากขาดออกซิเจน ซึ่งภาวะนี้ก่อให้เกิดการเสียชีวิตได้
  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบ จะมีอาการไข้สูง อาเจียน อ่อนเพลีย ปวดศรีษะรุนแรง คอแข็ง ชัก อาจพบกระหม่อมโป่งตึงได้
  • หูชั้นกลางอักเสบ มีไข้ ปวดหู หากเป็นมากอาจลุกลามไปที่สมอง เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้ อาจเกิดหูน้ำหนวกเรื้อรัง ทำให้การได้ยินลดลงได้
  • ติดเชื้อที่โพรงจมูก ไซนัสอักเสบ มีอาการ ไข้ น้ำมูก ไอ ปวดศรีษะ

โรค ฮิบ มีวิธีการรักษาอย่างไร

โรคฮิบ รักษาด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะ และเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อน ทั้งนี้ การรักษาและการป้องกันภาวะแทรกซ้อน จะประสบความสำเร็จได้ผลดีเมื่อรักษาตั้งแต่เริ่มแรกของการติดเชื้อ ดังนั้นการป้องกันไม่ให้เกิดโรคตั้งแต่แรกจึงสำคัญมาก

โรคฮิบป้องกันได้อย่างไร

  1. ให้ลูกทานนมแม่ นมแม่มีภูมิคุ้มกันจากแม่ ทำให้เด็กได้รับภูมิคุ้มกันจากแม่ผ่านทางนมแม่ ซึ่งสามารถโรคฮิบในเด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน ได้
  2. การรักษาสุขอนามัย ล้างมือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ป่วย
  3. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคฮิบ วิธีนี้เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันโรคฮิบ โดยสามารถป้องกันการติดเชื้อฮิบได้ถึง 98% โดยวัคซีนฮิบที่รัฐบาลบรรจุเป็นวัคซีนพื้นฐานให้เด็กไทยฟรีในครั้งนี้เป็นวัคซีนรวม ป้องกันได้ 5 โรค โดยฉีด 3 ครั้ง ในเด็กอายุ 2, 4 และ 6 เดือน