วิธีการปรุงยาแผนไทย – ยาต้ม (decoction)

ยาต้มเป็นรูปแบบการปรุงยาแผนโบราณที่แพทย์แผนไทยนิยมใช้กันมากรูปแบบหนึ่ง การปรุงยารูปแบบนี้มีการจัดเตรียมตัวยาได้ทั้งสดและแห้ง นำตัวยาหลากหลายชนิดมาประสมกัน ต้มเดือด หรือเคี่ยว รินกินน้ำ โดยทั่วไปโบราณจะใช้หม้อดินเผาใหม่ๆ ต้มยา ไม่ใช้หม้อที่ทำด้วยโลหะต่าง ๆ เช่น หม้อทองแดง หม้ออะลูมิเนียมเพราะทำให้ฤทธิ์ของยาเปลี่ยนไป หรือมีโลหะปนเปื้อนยา ปัจจุบันนิยมใช้หม้อสเตนเลส หรือหม้อเคลือบตั้งต้มบนเตาแก๊ส ไม่ใช้หม้อดินเพราะแตกง่ายเนื่องจากไม่มียางฟืนผสานก้นหม้อ

เครื่องยาที่นำไปใช้ตามตำรับนั้นต้องทำความสะอาดโดยการปัดฝุ่น ล้างน้ำ นำไปผึ่งลมให้แห้ง แล้วย่อย ขนาดให้เหมาะสมสำหรับต้มให้น้ำซึมซาบไปในเนื้อตัวยาและดึงตัวยาสำคัญออกมาได้ แล้วนำตัวยาไปใส่ในหม้อต้มขนาดพอเหมาะ เติมน้ำพอท่วมยา นำตั้งเตาต้มให้เดือดด้วยไฟกลางประมาณ 15 นาที ดับไฟ ยกหม้อลงจากเตา รินเอาน้ำดื่ม รูปแบบยาต้มแบ่งออกเป็น 4 วิธี ได้แก่

ยาต้ม วิธีที่ 1 การต้มให้เดือดด้วยไฟแรงก่อนแล้วลดอุณหภูมิลงโดยใช้ไฟอ่อน ๆ ต้มต่อไปอีก 10-15 นาที กรองเอาส่วนที่เป็นน้ำมาดื่ม

ยาต้ม วิธีที่ 2 การต้มเคี่ยวด้วยไฟอ่อน คือ การต้มโดยใช้ไฟอ่อน ๆ ใช้เวลา 20-30 นาที กรองเอาแต่ส่วนที่เป็นน้ำมาดื่ม

ยาต้ม วิธีที่ 3 ยาต้มเคี่ยวไฟกลาง ต้มสามเอาหนึ่ง คือ เติมน้ำใส่ตัวยา 3 ส่วน ต้มให้เหลือน้ำเพียง 1 ส่วน รินเอาแต่น้ำเก็บไว้ วิธีการต้มแบบนี้นิยมใช้กับตำรับยาเล็ก ๆ ส่วนตำรับยาที่มีตัวยาประสมมาก ๆ นิยมนำยามาต้มซ้ำแบบเดิม 3 ครั้ง นำน้ำยาทั้งหมดมารวมกันแบ่งเอาแต่น้ำดื่ม

ยาต้ม วิธีที่ 4 การต้มยาในระดับอุตสาหกรรม ต้มให้เดือดด้วยไฟแรงก่อนแล้วลดอุณหภูมิลงโดยใช้ไฟอ่อน ๆ ต้มต่อไปอีก 10-15 นาที กรองเอาส่วนที่เป็นน้ำ แล้วให้เติมน้ำต้มสุกปรับเพิ่มปริมาตรยาเท่ากับปริมาตรน้ำเริ่มต้น

กระบวนการผลิตยาต้ม

  1. นำเครื่องยาที่ใช้ตามตำรับยามาทำความสะอาด ด้วยการคัดแยกสิ่งแปลกปลอมออกจากตัวยาที่ไม่สามารถล้างด้วยน้ำได้ และคัดแยกสิ่งที่ปนเปื้อนมากับตัวยา เช่น นำไปล้างน้ำทำความสะอาดเอาดิน ฝุ่นผง และสิ่งสกปรกอื่น ๆ ออกจากตัวยา นำตัวยาที่คัดแยกเอาสิ่งแปลกปลอมและปนเปื้อนออกเรียบร้อยแล้วไปผึ่งลมให้แห้ง
  2. ย่อยขนาดของสมุนไพรให้มีขนาดพอเหมาะสำหรับต้ม เพื่อให้น้ำสามารถซึมซาบเข้าไปในตัวยาและดึงเอาสารสำคัญออกมาได้
  3. นำเครื่องยาปริมาณตามตำรับยามาต้มน้ำตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในแต่ละตำรับ
    3.1 กรณียาต้ม วิธีที่ 1 ให้เติมน้ำพอท่วม (โดยใช้มือกดบนยาเบา ๆ ให้ตัวยาจมอยู่ใต้น้ำและให้น้ำท่วมหลังมือ) นำไปตั้งบนเตา ต้มจนเดือดด้วยไฟกลาง แล้วลดอุณหภูมิลงโดยใช้ไฟอ่อน ๆ ต้มต่อไปอีก 10-15 นาที จึงยกหม้อลงจากเตา รินเอาแต่ส่วนที่เป็นน้ำ
    3.2 กรณียาต้ม วิธีที่ 2 เติมน้ำให้ท่วมยา ตั้งไฟต้มเคี่ยวจนเหลือน้ำครึ่งหนึ่ง
    3.3 กรณียาต้ม วิธีที่ 3 ให้ประมาณจากน้ำที่ใส่ลงไป เช่น หากใส่น้ำลงไป 3 ถ้วย ให้ต้มเคี่ยวจนได้น้ำยาประมาณ 1 ถ้วย
    3.4 กรณียาต้ม วิธีที่ 4 ให้เติมน้ำตามปริมาตรที่กำหนดในสูตรตำรับ นำไปตั้งบนเตา ต้มจนเดือดด้วยไฟกลาง แล้วลดอุณหภูมิลงโดยใช้ไฟอ่อน ๆ ต้มต่อไปอีก 10-15 นาที จึงยกหม้อลงจากเตา หลังกรองแยกกากและบีบกากแล้ว ให้เติมน้ำต้มสุกปรับเพิ่มปริมาตรยาเท่ากับปริมาตรน้ำเริ่มต้น
  4. กรองแยกกากออกด้วยผ้าขาวบางจะได้ส่วนยาน้ำที่ผ่านการกรอง
  5. สารปรุงแต่งในตำรับ (ถ้ามี)
    5.1 สารปรุงแต่งที่เป็นของแข็ง เช่น การบูร พิมเสน ดีเกลือ ให้แทรกละลายน้ำยาที่ได้จากข้อ 4
    5.2 สารปรุงแต่งที่เป็นของเหลว เช่น น้ำผึ้ง ให้แทรกผสมกันกับยาน้ำที่ได้จากข้อ 4
  6. บรรจุยาลงในภาชนะที่เหมาะสม

ที่มา

  • หนังสือรายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ.2564, กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, กระทรวงสาธารณสุข