มีลูกมากยากจน ไม่จริง!!!! การศึกษาชี้ มีลูกจนน้อยกว่าไม่มีลูก

สวัสดีค่ะ วันนี้ มีการศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับความยากจนของครอบครัวและการมีบุตรค่ะ

รายงานการศึกษานี้มีชื่อว่า “Panel report on men and women facing difficulties in life” เผยแพร่เมื่อเดือนมีนาคมปี 2010 โดย Gender Equality Bureau of the Cabinet Office ค่ะ ซึ่งผลการศึกษาพบความสัมพันธ์เป็นดังรูปค่ะ

จากกราฟ แกน X (แนวนอน) คือช่วงอายุ ส่วนแกน Y (แนวตั้ง) คือ % ความยากจน โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ

  1. เส้นสีแดง = ผู้หญิงโสด
  2. เส้นสีน้ำเงิน = ผู้ชายโสด
  3. เส้นสีชมพู = ผู้หญิงที่มีครอบครัว (และครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา คือมีทั้ง พ่อ แม่ ลูก)
  4. เส้นสีฟ้า = ผู้ชายที่มีครอบครัว (และครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา คือมีทั้ง พ่อ แม่ ลูก)

จากกราฟจะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหน เมื่ออายุมากขึ้น % ความยากจนก็จะสูงมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น ประสิทธิภาพในการทำงานของคนเราก็ลดลงเรื่อยๆ อีกทั้งยังมีอาการเจ็บป่วยรบกวน เช่น โรคประจำตัวต่างๆ ทำให้หมดเงินไปกับค่ารักษาพยาบาล จึงทำให้เรามีโอกาสยากจนสูงมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อมีอายุมากขึ้นค่ะ

ที่น่าสนใจคือกลุ่มคนโสด ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย ช่วงอายุ 30-34 ซึ่งถือว่าเป็นช่วงพีคของการทำงาน จะมี %ความยากจนลดลง แสดงให้เห็นว่าช่วงนี้กลุ่มคนโสด มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่กลุ่มที่มีครอบครัว หากเป็นผู้หญิงมีโอกาสที่จะจนมากขึ้น แต่ถ้าหากเป็นผู้ชายก็มี % ความยากจนลดลงเล็กน้อย แต่โดยรวมก็ยังจนกว่ากลุ่มที่เป็นโสดอยู่ดีค่ะ ทั้งนี้ เนื่องจากว่า ช่วงอายุ 30-34 เป็นช่วงที่คนกลุ่มที่มีครอบครัว กำลังอยู่ในช่วงสร้างครอบครัว จึงมีค่าใช้จ่ายเยอะ โดยเฉพาะค่าเลี้ยงดูบุตร ในขณะที่คนโสดไม่มีภาระตรงนี้

พอเวลาผ่าน กลุ่มที่เป็นโสดจะจนมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่กลุ่มที่มีครอบครัว ความยากจนกลับค่อยๆลดลง เป็นที่น่าสังเกตว่า ช่วงอายุ 45-49 ปี ผู้ชายที่เป็นโสดกลับมีความยากจนลดลงอีกครั้ง ซึ่งช่วงอายุนี้ สัมพันธ์กับการที่ผู้ชาย เริ่มรับตำแหน่งสำคัญๆในองค์กร โดยเฉพาะตำแหน่งผู้บริหารพอดีค่ะ พอหลังจากช่วงอายุ 45 – 49 ปี แนวโน้มของทุกกลุ่มก็เริ่มมีความยากจนเพิ่มขึ้น เนื่องจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง แต่เริ่มมีโรคประจำตัวต่างๆมากขึ้นค่ะ อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าช่วงนี้อายุหลังจากนี้ กลุ่มที่เป็นโสดว่าจนเร็วกว่ากลุ่มที่มีครอบครัวมากๆค่ะ โดยกลุ่มที่มีความยากจนสูงที่สุดในบั้นปลายชีวิตคือผู้หญิงโสดค่ะ

ทำไมจึงเป็นเช่นนี้

สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ สาเหตุหลักมาจากวิถีชีวิตของคนโสดค่ะ คนโสดแม้ว่าจะอายุมากกว่า 40 ปี แล้ว แต่ก็ยังมีสังสรรค์ ยังแฮงก์เอาท์ เที่ยวไม่เลิก แต่กลุ่มที่มีครอบครัวแล้วกลับใช้จ่ายเงินไปกับส่วนนี้น้อยกว่ามากๆค่ะ นอกจากนี้ยังพบว่าในช่วงอายุมากกว่า 60 ปี กลุ่มคนโสดมักใช้เงินไปกับค่ารักษาพยาบาลมากกว่า อาจเนื่องมาจาก พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เต็มที่และเสี่ยงมากกว่าคนที่มีครอบครัว เพราะว่าคนโสดมีแนวโน้มว่าจะสังสรรค์เยอะ พักผ่อนน้อย และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มากกว่าคนที่มีครอบครัวในช่วงอายุก่อนหน้านี้ค่ะ

นอกจากนี้ กลุ่มคนที่มีครอบครัวเมื่อยามแก่ชรา ยังมีเงินช่วยเหลือจากบุตรหลานของตนส่งมาช่วยเลี้ยงดูและช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆด้วย ในขณะที่คนโสดต้องใช้เงินเก็บตัวเอง และคนโสดมักเสียเงินไปกับค่าดูแลตัวเองในยามที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้มากกว่าอย่างชัดเจนค่ะ การศึกษาแสดงให้เห็นว่า คนโสดเมื่ออายุมากกว่า 60 ปี ต้องใช้จ่ายเงินไปกับค่าจ้างคนดูแล หรือพยาบาลส่วนตัวเป็นจำนวนมาก แต่กลุ่มที่มีครอบครัวกลับใช้จ่ายตรงส่วนนี้น้อยกว่ามาก ทั้งนี้เนื่องมาจากการมีบุตรหลานมาคอยดูแลทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้ไปได้ค่ะ

สรุป

ผู้ชายและหญิงที่มีครอบครัว จะจนกว่าคนโสดอย่างชัดเจนในช่วงอายุ 30 – 34 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังสร้างครอบครัว แต่หลังจากนั้นคนโสดมีแนวโน้มจะจนเร็วกว่ามาก เนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เสี่ยงมากกว่า และไม่มีบุตรหลานคอยมาช่วยเหลือดูแลยามแก่ชราค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าลูกหลานเนรคุณ ไม่มาดูแล ผลลัพธ์ก็คงไม่ต่างจากคนโสดค่ะ