ประเภทอาหารตามกฎหมาย (ภายใต้ พรบ.อาหาร พ.ศ.2522)

พรบ.อาหาร พ.ศ. 2522 แบ่งประเภทของอาหารตามระดับความเสี่ยง ออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่ 1 อาหารควบคุมเฉพาะ

อาหารในกลุ่มนี้เป็นอาหารที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพอนามัยของผู้บริโภคมากที่สุด อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เนื่องจากเป็นอาหารสําหรับผู้บริโภคกลุ่มเสี่ยง เช่น ทารก เป็นต้น หรือผลิตด้วยกรรมวิธีการผลิตที่ต้องมีการควบคุมอย่างเข้มงวด หรือเป็นอาหารที่มีการรับประทานกันอย่างแพร่หลาย จึงจําเป็นต้องควบคุมและกํากับดูแลอย่างเข้มงวดที่สุด มีการกําหนดด้านคุณภาพหรือมาตรฐาน รวมทั้งการแสดงฉลาก การอนุญาตผลิตภัณฑ์อาหารในกลุ่มนี้จะพิจารณารายละเอียดของอาหาร เช่น สูตร กรรมวิธีการผลิต ฉลาก รวมทั้งต้องส่งรายงานผลการตรวจวิเคราะห์มาประกอบการพิจารณา ซึ่งในปัจจุบันมี 14 ประเภท ได้แก่

  1. นมดัดแปลงสําหรับทารกและนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องสําหรับทารกและเด็กเล็ก
  2. อาหารทารกและอาหารสูตรต่อเนื่องสําหรับทารกและเด็กเล็ก
  3. อาหารเสริมสําหรับทารกและเด็กเล็ก
  4. โซเดียมซัยคลาเมต* (sodium cyclamate) และอาหารที่มีโซเดียมซัยคลาเมต
  5. วัตถุเจือปนอาหาร*
  6. อาหารสําหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก
  7. สตีวิโอไซด์* (Stevioside) และอาหารที่มีส่วนผสมของสตีวิโอไซด์
  8. เครื่องดื่มในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
  9. อาหารในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
  10. นมปรุงแต่ง*
  11. นมเปรี้ยว
  12. นมโค
  13. ผลิตภัณฑ์ของนม
  14. ไอศกรีม

หมายเหตุ *โซเดียมซัยคลาเมต (sodium cyclamate) เป็นสารให้ความหวาน (sweetener) ชนิดหนึ่ง
*วัตถุเจือปนอาหาร หมายถึง วัตถุที่ตามปกติมิได้ใช้เป็นอาหารหรือเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของอาหาร ไม่ว่าวัตถุนั้นจะมีคุณค่าทางอาหารหรือไม่ก็ตาม แต่ใช้เจือปนในอาหารเพื่อประโยชน์ทางเทคโนโลยีการผลิต การแต่งสีอาหาร การปรุงแต่งกลิ่นรส การบรรจุ การเก็บรักษา หรือการขนส่ง ซึ่งมีผลต่อคุณภาพหรือมาตรฐานหรือลักษณะของอาหาร ทั้งนี้ให้หมายความรวมถึงวัตถุที่มิได้เจือปนในอาหาร แต่มีภาชนะบรรจุไว้เฉพาะแล้วใส่รวมอยู่กับอาหารเพื่อประโยชน์ดังกล่าวข้างต้นด้วย เช่น วัตถุกันชื้น วัตถุดูดออกซิเจน เป็นต้น
*สตีวิโอไซด์ (Stevioside) เป็นสารที่สกัดได้จากหญ้าหวาน เป็นสารให้ความหวาน (sweetener) แทนน้ำตาล
*นมปรุงแต่ง หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนําน้ำนมโคหรือนมโคชนิดนมผงมาผ่านกรรมวิธีการผลิตต่างๆแล้วปรุงแต่งด้วยกลิ่นหรือรส และอาจเติมวัตถุอื่นที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

กลุ่มที่ 2 อาหารกําหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน

คือ อาหารที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพอนามัยของผู้บริโภคแต่ไม่รุนแรงเท่ากับกลุ่มแรก โดยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นมักเนื่องมาจากกระบวนการผลิตหรือกรรมวิธีการผลิตอาหารนั้นไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิต มีการกําหนดคุณภาพหรือมาตรฐานและฉลากสําหรับอาหารแต่ละประเภทเหมือนกลุ่มแรก แต่การขออนุญาตผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบในข้อมูลอาหาร เช่น สูตร กรรมวิธีการผลิต ฉลาก ความ ปลอดภัย รวมทั้งคุณภาพมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ยกเว้นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจะต้องยื่นขอใช้ฉลากอาหาร ในขณะนี้มี 32 ประเภท ได้แก่

  1. กาแฟ
  2. เกลือบริโภค
  3. ข้าวเติมวิตามิน
  4. ไข่เยี่ยวม้า
  5. ครีม
  6. เครื่องดื่มเกลือแร่
  7. ช็อกโกแลต
  8. ชา
  9. ชาสมุนไพร
  10. ซอสบางชนิด
  11. น้ำแข็ง
  12. น้ำนมถั่วเหลืองในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
  13. น้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
  14. น้ำปลา
  15. น้ำผึ้ง **
  16. น้ำมันถั่วลิสง
  17. น้ำมันเนย
  18. น้ำมันปาล์ม
  19. น้ำมันมะพร้าว
  20. น้ำมันและไขมัน
  21. น้ำแร่ธรรมชาติ
  22. น้ำส้มสายชู
  23. เนย
  24. เนยแข็ง
  25. เนยเทียม
  26. เนยใสหรือกี
  27. ผลิตภัณฑ์ปรุงรสที่ได้จากการย่อยโปรตีน ของถั่วเหลือง
  28. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
  29. แยม เยลลีมาร์มาเลด ในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
  30. รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี
  31. อาหารกึ่งสําเร็จรูป
  32. น้ำเกลือปรุงอาหาร

กลุ่มที่ 3 อาหารที่ต้องมีฉลาก

เป็นอาหารที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพอนามัยของผู้บริโภคค่อนข้างต่ำกว่า 2 กลุ่มแรก แต่มักประสบปัญหาเกี่ยวกับการหลอกลวงผู้บริโภค จึงต้องมีการบังคับให้แสดงฉลาก ควบคู่ไปกับการควบคุมคุณภาพ มาตรฐานให้เป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบในข้อมูลอาหารด้านฉลาก เช่น สูตร กรรมวิธีการผลิต และความปลอดภัย ยกเว้นอาหารวัตถุประสงค์พิเศษต้องยื่นขอใช้ซึ่งในปัจจุบันมีอยู่ 11 ประเภท ได้แก่

  1. ขนมปัง
  2. ซอสในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
  3. แป้งข้าวกล้อง
  4. ผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์
  5. วัตถุแต่งกลิ่นรส
  6. วุ้นสําเร็จรูปและขนมเยลลี่
  7. หมากฝรั่งและลูกอม
  8. อาหารพร้อมปรุงและอาหารสําเร็จรูปที่พร้อมบริโภคทันที
  9. อาหารมีวัตถุประสงค์พิเศษ
  10. อาหารฉายรังสี
  11. อาหารทั่วไปที่เป็นอาหารดัดแปรพันธุกรรม หรือพันธุวิศวกรรม

กลุ่มที่ 4 อาหารทั่วไป

ประกอบไปด้วยอาหารที่อยู่นอกเหนือจากอาหารใน 3 กลุ่มข้างต้น อาหารกลุ่มนี้จัดเป็นอาหารที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด ส่วนใหญ่จะเป็นวัตถุดิบ ที่ต้องนําไปผลิตต่อ เช่น แป้งสาลี เห็ดหอมแห้ง น้ำตาล เนื้อสัตว์สด กุ้งแห้ง กะปิ เป็นต้น ซึ่งอาหารกลุ่มนี้ไม่ต้องขอรับเลขสารบบอาหาร ทั้งนี้สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้แบ่งกลุ่มย่อยเพื่อสะดวกในการสืบค้นออกเป็น 9 ประเภท ดังนี้คือ

  1. สัตว์และผลิตภัณฑ์ (เช่น เนื้อสัตว์สดสัตว์น้ำสดไข่สด)
  2. พืชและผลิตภัณฑ์ (เช่น พืชผักสด ผลไม้สด ถั่วและนัต)
  3. สารสกัด/สารสังเคราะห์ (เช่น สารสกัดจากพืชที่ใช้เป็นวัตถุดิบ)
  4. สารอาหาร (เช่น กรดอะมิโนที่ใช้เป็นวัตถุดิบ)
  5. แป้งและผลิตภัณฑ์ (เช่น แป้งมันสําปะหลัง วุ้นเส้น ก๋วยเตี๋ยว)
  6. ผลิตภัณฑ์สําหรับทําอาหารชนิดต่างๆ ที่ยังไม่พร้อมบริโภค
  7. เครื่องปรุงรส (เช่น ผงเครื่องปรุงรสในซองบะหมี่กึ่งสําเร็จรูป)
  8. น้ำตาล (เช่น น้ำตาลทราย แบะแซ*)
  9. เครื่องเทศ (เช่น มัสตาร์ด พริกไทย พริกป่น)

หมายเหตุ *แบะแซ เป็นคำภาษาจีน แปลว่า น้ำตาลทำจากข้าวสาลีงอก ปัจจุบันหมายถึงน้ำตาลที่ได้มาจากการย่อยแป้งมันสำปะหลังหรือแป้งข้าวโพด มีชื่อเรียกอื่นว่า คอร์นไซรัป (Corn Syrup), กลูโคสไซรัป (Glucose Syrup), ลิขวิดกลูโคส (Liquid Glucose)