วิธีการปรุงยาแผนไทย – ยาลูกกลอน (pill)

ยาลูกกลอนเป็นยาเตรียมที่มีรูปร่างกลม อาจทำจากผงยาชนิดเดียวหรือผงตัวยาหลายชนิดที่ผสมปรุงตามตำรับยา โดยมีน้ำกระสายยาทำให้ผงยาเกาะติดกัน เช่น น้ำต้มสุก น้ำผึ้ง น้ำแป้ง น้ำข้าวเช็ด น้ำมะกรูด น้ำเปลือกมะรุม โดยทั่วไปนิยมใช้น้ำผึ้ง ตำายาแผนโบราณไทยให้วิธีการปรุงยาเตรียมรูปแบบนี้ไว้ว่า “ยาตากแห้ง ประสมแล้วบดเป็นผงละเอียด ปั้นเป็นลูกกลอน”

องค์ประกอบในการผลิตยาลูกกลอน

การผลิตยาลูกกลอนให้ได้คุณภาพต้องคำนึงถึงองค์ประกอบ 3 ประการ ดังนี้

1. ผงยาสมุนไพร

คุณลักษณะของผงยาสมุนไพรแต่ละชนิดมีความสำคัญต่อการผลิตยาลูกกลอนแตกต่างกัน ปัจจัยที่เกี่ยวข้องมีดังต่อไปนี้

  1. ลักษณะผงยาสมุนไพรที่จะทำให้ผลิตยาลูกกลอนได้ดี จะต้องเป็นผงยาสมุนไพรที่ละเอียดผ่านแร่งขนาดเบอร์ 60-100
  2. คุณลักษณะเฉพาะตัวของสมุนไพรที่ใช้มีผลต่อการผลิตยาลูกกลอน เช่น ถ้าส่วนของสมุนไพรนั้นมีแป้งอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น เหง้าของขมิ้น ไพล เปราะหอม รากระย่อมน้อย ผลกล้วย เมล็ดเทียนต่าง ๆ จะทำให้การผลิตยาลูกกลอนทำได้ง่าย เนื่องจากสมุนไพรมีการเกาะตัวกันได้ดี ทำให้ปั้นเป็นลูกกลอนได้สะดวก ไม่ต้องใช้สารยึดเกาะจำนวนมาก แต่ถ้ามีส่วนผสมของเปลือก แก่น ใบ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีแป้ง จะมีปัญหาการไม่เกาะตัวของสมุนไพร ทำให้ปั้นเม็ดได้ยาก ซึ่งอาจแก้โดยบดผงยาสมุนไพรให้ละเอียดขึ้น และใช้สารยึดเกาะช่วยในปริมาณที่เหมาะสม เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาการไม่แตกตัวหรือแตกตัวช้าของยาลูกกลอน

2.สารยึดเกาะ

สารยึดเกาะที่ใช้ในการผลิตยาลูกกลอนนิยมใช้น้ำผึ้งหรือน้ำผึ้งเทียม

น้ำผึ้ง

น้ำผึ้ง เป็นของเหลว เหนียว ใส สีเหลืองหรือเหลืองปนน้ำตาล หนักกว่าน้ำ คือมีน้ำหนัก 1.3-1.5 กิโลกรัมต่อปริมาตร 1 ลิตร น้ำผึ้งเป็นผลิตผลจากน้ำหวานของดอกไม้ ปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพของน้ำผึ้ง ได้แก่ แหล่งผลิตและฤดูกาล แต่โดยทั่วไป น้ำผึ้งแท้ประกอบด้วยน้ำตาลอินเวิร์ต (invert sugar) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 มีน้ำตาลซูโครส (sucrose) น้อยมาก ไม่เกินร้อยละ 10 นอกจากนี้ ยังมีน้ำตาลเดกซ์โทรส (dextrose) และฟรักโทส (fructose) ในปริมาณใกล้เคียงกัน

น้ำผึ้งเทียม

ส่วนผสมของน้ำผึ้งเทียมส่วนใหญ่ คือ น้ำตาลแบะแซ หรือ น้ำเชื่อมกลูโคส (glucose syrup) ได้มาจากการย่อยแป้งมันสำปะหลังหรือแป้งข้าวโพดได้เป็นน้ำตาลกลูโคสชนิดหนึ่ง บางชนิดมีแป้งผสมอยู่ ซึ่งจะช่วยทำให้การเกาะตัวดีขึ้น แต่มีข้อเสียคือ เก็บได้ไม่นานเมื่อเทียบกับน้ำผึ้ง เกิดการบูด มีกลิ่นเปรี้ยว นอกจากนี้ ยาลูกกลอนที่ใช้น้ำผึ้งเทียมในการยึดเกาะ จะคงตัวไม่ได้นาน และขึ้นราได้ง่าย

อื่นๆ

นอกจากน้ำผึ้งแท้ และน้ำผึ้งเทียมแล้ว อาจใช้น้ำเชื่อมและแป้งเปียกเป็นส่วนช่วยสารยึดเกาะได้อีกด้วย

3. เครื่องมือการผลิต

เครื่องมือที่ใช้ผลิตยาลูกกลอนขึ้นอยู่กับขนาดของการผลิต ตั้งแต่ระดับครัวเรือนจนถึงระดับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยทั่วไปประกอบด้วยเครื่องมืออย่างน้อย 4 เครื่อง ได้แก่

  • เครื่องผสม
  • เครื่องรีดเส้น
  • เครื่องตัดเม็ด
  • เครื่องปั้นเม็ด ที่มีส่วนประกอบ 3 ส่วน ได้แก่ เครื่องกลิ้งเม็ดให้กลม หม้อเคลือบ และเครื่องอบแห้ง

กระบวนการผลิตยาลูกกลอน

  1. เตรียมเครื่องมือให้สะอาดอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
  2. เตรียมส่วนผสมให้เป็นไปตามสูตรตำรับ
  3. เตรียมผงยาสมุนไพรก่อนการผลิตให้เหมาะสม เช่น การทำความสะอาด การทำให้แห้ง การย่อยขนาด การผสมให้เข้ากัน
  4. ผลิตตามรูปแบบของเครื่องมือการผลิตของแต่ละสถานที่ผลิต โดยยึดแนวทางการทำให้ได้ยาลูกกลอนที่ดี ซึ่งมีข้อควรระวังในขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้
    4.1 การผสมเปียก ต้องมีความระมัดระวังรอบคอบทุกขั้นตอน การผสมให้เป็นเนื้อเดียวกันขึ้นอยู่กับเครื่องมือ สารยึดเกาะที่ใช้ และระยะเวลาใช้ผสม
    4.2 การรีดเส้น ต้องรีดเส้นให้มีความหนาแน่นของเนื้อยาสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้เม็ดยาที่มีขนาดใกล้เคียงกันเมื่อนำไปตัดเม็ด
    4.3 การตัดเม็ด
    4.4 การปั้นเม็ดกลม
    4.5 การกลิ้งเม็ดให้กลม นิยมใช้แป้งข้าวโพดหรือผงยาโปรยลงไปในบริเวณที่กลิ้งเม็ดยาเพื่อไม่ให้ยาลูกกลอนติดกัน
    4.6 การอบแห้ง ต้องอยู่ในมาตรฐานที่กำหนด
    4.7 การเคลือบ ซึ่งต้องมีความชำนาญอย่างมาก เพื่อไม่ให้ความชื้นในเม็ดยาออกมาข้างนอกและไม่ให้ความชื้นจากข้างนอกเข้าไปในเม็ดยาลูกกลอน ทั้งยังทำให้เม็ดยาลูกกลอนเงางามน่ากิน

ที่มา

  • หนังสือรายการตำรับยาแผนไทยแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ.2564, กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, กระทรวงสาธารณสุข