หากมีอาการต่อไปนี้ ให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาหารเสริมแอบใส่สารอันตราย

ปัญหาเรื่องอาหารเสริมแอบใส่สารอันตราย หรือใส่สารที่ไม่ได้รับอนุญาตนั้นมีมาช้านาน การควบคุมดูแลโดยภาครัฐก็ช้าและไม่มีประสิทธิภาพ กว่าจะมี action ออกมา ก็มักเกิดความเสียหายต่อผู้บริโภคไปแล้ว

พึงระลึกไว้เสมอว่า อาหารเสริมตัวใดก็ตามที่กินแล้วน้ำหนักลด ลดๆๆ โดยที่ท่านไม่ได้ออกกำลังกาย ไม่ได้ทำอะไรเลย ให้พึงทราบว่านั่นไม่ใช่ฤทธิ์ของอาหาร สารสกัดธรรมชาติ แต่คือการแอบใส่ยาลงไป

วันนี้ หมอยา ใจดี มีทริกง่ายๆ ให้สังเกตุอาการของตัวเอง หากท่านทานอาหารเสริมแล้วมีอาการดังต่อไปนี้ ให้สงสัยไว้ก่อนว่า อาหารเสริมชนิดนั้น น่าจะใส่สารอันตรายอย่างแน่นอน

5 อาการ ที่มักเกิดเมื่อทานอาหารเสริมที่แอบใส่สารอันตราย

1. อาการถ่ายบ่อย ปวดบีบลำไส้

อาการถ่ายบ่อย ปวดบิดลำไส้ ส่วนใหญ่เกิดจากอาหารเสริมชนิดนั้นแอบใส่ยาระบาย เช่น Bisacodyl, มะขามแขก ที่ต้องใส่ยาระบายก็เพราะว่า เมื่อเรามีการขับถ่ายออก โดยเฉพาะเมื่อเราท้องเสีย ร่างกายจะสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็ว เป็นผลให้น้ำหนักตัวเราลดอย่างรวดเร็ว เราจึงรู้สึกว่าอาหารเสริมนั้นเห็นผลเร็ว แต่ความจริงน้ำหนักที่หายไปนั้น หลักๆคือน้ำที่ร่างกายเราสูญเสียไปต่างหาก อาหารเสริมที่ทำให้เกิดอาการเช่นนี้ มักอ้างว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นกระบวนการ detox ของร่างกาย

ข้อเสีย : การได้รับยาระบาย หากใครมีอาการรุนแรง ก็อาจทำให้ขาดน้ำอย่างรวดเร็วจนเกิดอาการช็อกได้ แต่หากไม่รุนแรง กินไปนานๆ จะทำให้เกิดภาวะลำไส้ขี้เกียจ คือลำไส้เราจะเสพติดยาระบาย หากไม่ได้ยาระบาย จะไม่สามารถขับถ่ายเองได้

2. ใจสั่น คอแห้ง กระหายน้ำ กระสับกระส่าย ไม่อยากอาหาร

หากทานแล้วมีอาการใจสั่น คอแห้ง กระหายน้ำ กระสับกระส่าย ไม่อยากอาหาร บางรายมีอาการประสาทหลอนด้วย ส่วนใหญ่แอบใส่ ไซบูทรามีน, เฟนฟลูรามีน ซึ่งยาเหล่านี้จะทำให้เราไม่อยากอาหาร ปัจจุบัน ยาเหล่านี้ถูก อย. ถอนทะเบียนหมดแล้ว

ข้อเสีย : ยาเหล่านี้ทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติของหลอดเลือดและหัวใจ เช่น หัวใจวาย และเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตจากการทานอาหารเสริม

3. ถ่ายเป็นมัน

หากมีอาการถ่ายเป็นมัน ส่วนใหญ่มักเกิดจากยาที่ชื่อ Orlistat

Orlistat เป็นยาที่ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ gastric lipase และ pancreatic lipase ซึ่งมีหน้าที่ในการย่อยไขมัน การยับยั้งเอนไซม์ดังกล่าวทำให้ร่างกายไม่สามารถย่อยไขมันได้ เมื่อย่อยไม่ได้ ร่างกายจึงไม่สามารถดูดซึมนำไขมันไปใช้ได้ พอร่างกายดูดซึมไม่ได้ก็เลยถ่ายเป็นมันนั่นเองค่ะ

ข้อเสีย : ยา Orlistat มีผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือ ควบคุมการขับถ่ายลำบาก ปวดมวน ไม่สบายท้อง นอกจากนี้การที่ร่างกายดูดซึมไขมันไม่ได้ ทำให้วิตามินที่ละลายในไขมัน (A, D, E, K) ถูกดูดซึมได้น้อยลง ในบางรายพบความผิดปกติรุนแรงต่อตับ ดังนั้นหากมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ปัสสาวะมีสีเข้ม ให้หยุดทานอาหารเสริมนั้นและปรึกษาแพทย์ทันที เนื่องจากอาจเกิดพิษรุนแรงต่อตับได้

4. ไม่อยากอาหาร สับสน เหงื่อออก ง่วงนอน

อาการไม่อยากอาหาร สับสน เหงื่อออก ง่วงนอน ส่วนใหญ่เกิดจากการแอบใส่ยาฟลูออกซิทีน ซึ่งเป็นยาต้านซึมเศร้า

ยาฟลูออกซิทีน เป็นยาต้านซึมเศร้าในกลุ่ม selective serotonin reuptake inhibitor (SSRI) ยับยั้งการดูดกลับของสารสื่อประสาทในสมองที่ชื่อ serotonin ส่งผลให้ไม่อยากอาหาร

ข้อเสีย : ยาฟลูออกซิทีน เป็นยาที่มีความปลอดภัยในระดับนึง และใช้รักษาโรคซึมเศร้าอยู่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ดี การใช้ยานี้มีข้อควรระวังหลายอย่าง จึงควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์และเภสัชกร ไม่ใช่แอบใส่ไปในอาหารเสริม ซึ่งไม่รู้ว่าใส่อะไร ลงไปเท่าไร อย่างไรก็ตามหากมีอาการผื่นคัน สับสน ชัก วิตกกังวล มีจุดสีเขียวหรือม่วงบนผิวหนัง หายใจลำบาก ให้ไปพบแพทย์โดยด่วน นอกจากนี้ ยาฟลูออกซิทีน ยังทำให้หย่อนสรรพภาพทางเพศ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายโดยเฉพาะในเด็กวัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้น

5. น้ำหนักลด มือสั่น กระสับกระส่าย คลื่นไส้ อาเจียน นอนไม่หลับ มีไข้ ผมร่วง

อาการน้ำหนักลด มือสั่น กระสับกระส่าย คลื่นไส้ อาเจียน นอนไม่หลับ มีไข้ ผมร่วง ส่วนใหญ่เกิดจากการแอบใส่ยาไทรอยด์ฮอร์โมน

ยาไทรอยด์ฮอร์โมนใช้ในการรักษาโรคไทรอยด์ ซึ่งไทรอยด์ฮอร์โมนจะช่วยเพิ่มอัตราการเมทาบอลิซึมและการเผาผลาญของร่างกาย เร่งการสลายไขมันและการสลายไกลโคเจน ทำให้น้ำหนักลดลง

ข้อเสีย : ยาไทรอยด์เป็นยาที่มีข้อควรระวังหลายอย่าง จึงควรใช้เมื่อมีข้อบ่งใช้ และใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์และเภสัชกรเท่านั้น นอกจากนี้ ยานี้ยังมีอาการข้างเคียงหลายอย่าง เช่น อาจทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุนในผู้หญิงสูงอายุ ตับอักเสบ หากมีอาการเจ็บหน้าอก หัวใจเต้นเร็วหรือไม่สม่ำเสมอ แสดงว่าเกิดอาการข้างเคียงรุนแรง ให้รีบไปพบแพทย์ นอกจากนี้หากได้รับยาเกินขนาด (ก็อาหารเสริมมันไม่ได้บอกนิว่าใส่ไปเท่าไร เกินขนาดหรือเปล่าก็ไม่รู้) จะทำให้เกิดอาการสับสน หมดสติ และเสียชีวิตได้

สุดท้ายอยากฝากไว้ว่า หากมีอาหารเสริม/ยา ที่ปลอดภัยโดยไม่ออกกำลังกายอยู่จริง ก็คงไม่มีเภสัชกร หมอ บุคลากรทางการแพทย์ที่น้ำหนักเกินเหลืออยู่ในประเทศแล้วค่ะ … เพราะเราคงกินไปแล้ว

ดังนั้น ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และควบคุมอาหารให้พอเหมาะ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดค่ะ